ดูข่าวมา หลายวันแล้ว เรื่องถึงเทศกาลล่าแมวน้ำ ภาพปีที่แล้วยังจำติดตาเราเลย เรือประมงค์ลำเบ่อเร่อ มีแมวน้ำตัวเล็กๆ กองเป็นร้อยๆ พันๆ ตัว เลือดแดงฉานเต็มพื้น เราเห็นภาพนั้นอยู่นานมาก และน้ำตาไหลทุกทีที่จำได้

ปีนี้มาอีกแล้ว ดูข่าวทีวี มีแต่เรื่องแย่ๆ ที่มนุษย์ทำกับเพื่อนร่วมโลก เช่นการล่า วาฬ โลมา ช้างแอฟริกา กระต่าย กวาง จิงโจ้ ม้ามาสแตง และอื่นๆ ที่รู้สึกว่า มนุษย์โลก เผ่าพันธุ์ของเราเองเนี่ยเป็นเผ่าพันธ์ที่เฮงซวย เบียดเบียนคนอื่น มากเหลือเกิน (ไม่นับคนที่มักน้อย สันโดด พอเพียง ค่อยช่วยเหลือคนอื่น เพราะว่าคนที่ดีก็มีนะ) เราว่าแค่การกินโดยใช้ชีวิตคนอื่น ต่อชีวิตเราเองก็แย่แล้ว แต่นั่นคือความจำเป็น และสัตว์อื่นๆ ก็ทำแบบนี้เช่นกัน เว้นสัตว์ประเสริฐ สำหรับเรานั่นก็คือ สัตว์ที่กินมังสวิรัติ เราไม่คิดว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐอย่างที่พวกเขาอุปโลก อุปทานเรียกตัวเองแบบนั้นหรอก ประเสริฐตรงไหนกัน หาไม่ค่อยเจอ ยิ่งนานวันยิ่งหาได้น้อยลง แต่ก็ใช่ว่าไม่มี เพราะคำว่าไม่มีมันคู่กับมี  มาเข้าเรื่องดีกว่า ฆ่ากินยังพอทำเนา นี่ยังเอามาทำเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งก็การทำเครื่องนุ่งห่มโดยใช้คนแมวน้ำนี่ ถ้าเมื่อก่อน คนโบราณเขาเอามาใช้เราว่าไม่ผิด เพราะเขายังทอผ้า ตัดเย็บไม่เป็น ถึงได้เอาขนสัตว์มาใช้ กินเนื้อด้วย เอาขนไว้ใช้ด้วย ประโยชน์ 2 ต่อ คุ้มค่ากับชีวิตที่สละให้ไป แต่จะว่าไปก็คือยังไม่มีสมองฉลาดขนาดทำอะไรที่ซับซ้อนอย่างนั้น แต่คนสมัยนี้ ฉลาดแล้ว เก่งแล้ว แต่ก็ทำยังกับเป็นคนโบราณ ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นก็ได้ มีอย่างอื่นทดแทนตั้งหลายอย่าง จะว่าไปตอนนี้การเอาขนเขามา เพื่อความโก้หรูของตัวเองมากกว่า เอามาอวด เอามาเบ่ง ว่าเนี่ย ของแพง ของหายาก ไม่ได้รู้เลยว่าเป็นการประจานตัวเอง คลุมชุดด้วยหนังสัตว์เหล่านี้ คงไม่เห็นว่าบนหัว มีเขาอันโตงอกอยุ่ด้วย 

ส่วนคุณรัฐบาลแคนาดา ที่เอามาอ้างว่า แมวน้ำกินปลาเยอะ อยากจะทราบว่าแมวน้ำกับคนเนี่ย ใครมันรับประทานปลามากกว่ากัน ไม่ใช่คนรึที่เอาแหเอาอวนใหญ่ๆ ไปลากไปล่ามาจนเต็มเรือ คำอ้างฟายๆ โง่ๆ ซึ่งคำพูดแก้ตัวของพวกเอาแต่ได้ ฟังแล้วทุเรศรูหูเหลือเกิน เหตุผลฟังไม่ขึ้น  อนุญาตให้ล่า 3 แสนกว่าตัว สงสัยมากๆๆๆๆว่า แมวน้ำตอนนี้ มีมากขนาดนั้นเชียวเหรอ(วะ) บอกตรงๆ ว่านับ 1-3 แสน เนี่ย นานมากเลย แล้วก็เยอะมากด้วย ถ้าบอกว่า คนตาย 3 แสน คุณคิดว่าเยอะมั๊ย ขนาดประชากรมีเป็นหลักร้อยล้าน พันล้าน 3 แสน สำหรับ่ชีวิตคนยังเยอะเลย แล้วนี่แมวน้ำบอกตรงๆ แมวน้ำทั่วโลกตอนนี้เหลือเท่าไร จะล่ากันจนให้สูญพันธ์กันเลยใช่มั๊ย สงสัย ตอนนี้น้ำแข็งก็น้อยลงทุกที คนก็ล่าเขา ไม่คิดเหรอว่าเขาอยู่ลำบากยากแค้นขนาดไหนแล้ว เขาลลำบากแค่ไหนที่จะมีชีวิตอยู่ได้จากผลกระทบที่เขาไม่ได้ก่อขึ้นมา แล้วแบบนี้ยังหาข้ออ้างสวยหรู ว่าเพราะเป็นอาชีพ ช่วยนักล่า ช่วยเศรษฐกิจชุมชนหมู่บ้าน มันเป็นข้ออ้างที่สำหรับเราแล้ว (แม่งโคตร)เห็นแก่ตัวเพื่อเผ่าพันธ์ตัวเองเลย อยากให้รัฐบาลแคนาดา(ใช้สมอง)ตรองดู ว่าไอ้คำว่าจำกัดจำนวนแล้วเนี่ย มันคิดว่าดีว่าถูกหรือ ให้ล่า 3 แสน แล้วมันจะรู้ได้ยังไงว่ามันล่าแค่ 3 แสนกว่าตัวจริง  ถ้าว่าที่นับจำนวนไว้ แล้วที่หลุดรอดไปได้แล้วตายช้าๆอย่างน่าสงสารล่ะ เขาล่า 3 แสน แต่ความสูญเสียมันมากกว่า 3 แสนแน่นอน  ชีวิตทุกชีวิตบนโลกมีค่า ทุกชีวิตรักชีวิตตนเอง และรักคนที่ตนรัก จะคิดยังไงที่ เด็กเล็กๆ ทีไม่มีทางสุ้ โดนลากมาทุบๆ หัว มาตัดหัว ฆ่าอย่างทุกข์ทรมาน ลองคิดให้เป็นลูกคนดูสิ ว่ามันแย่ขนาดไหน

และที่โคตะระทุเรศสำหรับเราเลย คือ ล่าเพื่อความสนุกสนาน ยิ่งจัญไรใหญ่เลย  

มีการลง่ชื่อขอให้ยุติการล่าแมวน้ำ คนทั่วโลกก็ช่วยกัน ดูเวปไซท์ไทย ก็รณรงค์ช่วยกันไปลงชื่อ เพื่อช่วยให้หยุดการล่าแมวน้ำ เราก็ดีใจที่คนไทย ทั้งชายทั้งหญิง ไปช่วยกันลงชื่อ ขอบคุณมากๆ เลย เราไปลงไม่ทัน แต่เราก็จะช่วย ฟอว์เวิดเมลล์ และจะต่อต้านการซ์อสินค้าแคนาดา ถ้าไม่หยุดการล่าแมวน้ำ

................................................................................................................

ต่อมาเป็น เรื่องของคนดีๆ ที่คิดถึงคนอื่น  Rebecca Aldworth แม่พระของแมวน้ำ จาก http://www.localtalk2004.com/V2005/detail.php?file=1&code=c1_13052006_01

นักอนุรักษ์แมวน้ำชื่อ Rebecca Aldworth เธอรณรงค์ต่อต้านการล่าแมวน้ำเพื่อการค้าในแคนาดามานานนับสิบปี กิจวัตรประจำปีของเธอคือการเฝ้าสังเกตว่ามีการล่าแมวน้ำเกิดขึ้นที่ไหนบ้างหรือไม่ ถ้ามีเธอก็จะพาบรรดานักข่าว นักการเมือง นักวิทยาศาสตร์ไปชมภาพโหด ๆ เหล่านั้นด้วยตาของพวกเขาเอง ซึ่งก็มักจะมีภาพการถลกหนังเจ้าแมวน้ำที่น่าสงสารทั้งเป็นรวมอยู่ด้วย

" Rebecca Aldworth เธอรณรงค์ต่อต้านการล่าแมวน้ำ
เพื่อการค้าในแคนาดามานานนับสิบปี กิจวัตรประจำปี
ของเธอคือการเฝ้าสังเกตว่ามีการล่าแมวน้ำ
เกิดขึ้นที่ไหนบ้างหรือไม่ "

ในที่สุด ความพยายามอย่างไม่ลดละของเธอที่จะทำให้ภาพสยดสยองเหล่านั้นปรากฏสู่สายตาประชาชนอย่างสม่ำเสมอก็ได้ผล ปีนี้เอง กรีนแลนด์ได้ประกาศหยุดการค้าหนังแมวน้ำแคนาดา และนี่มิใช่ความสำเร็จเล็ก ๆ เลย เมื่อเทียบกับว่าสองปีก่อนหน้านี้กรีนแลนด์เป็นผู้นำเข้าหนังแมวน้ำมากถึง 90,000 ผืน

แม้ว่าแมวน้ำที่รอดตายอย่างหวุดหวิดจะคิดในใจว่าเธอช่างเป็นเหมือนแม่พระมาโปรด (สัตว์) แต่ชาวประมงผู้สูญเสียรายได้ย่อมไม่คิดเช่นนั้นแน่ Aldworth เองก็ช่างเกิดมาเป็นแม่พระตัวจริง เพราะเธอไม่ได้ดูดายว่าชั้นช่วยแต่แมวน้ำเท่านั้นนะยะ ส่วนชาวประมงจะเป็นอย่างไรก็ช่างหัวชาวประมงสิ เธอยังอุตส่าห์ทุ่มเทหาทางออกที่สร้างสรรค์เพื่อชดเชยให้กับเหล่าชาวประมงอีกด้วย และแน่นอนจุดประสงค์เบื้องหลังคือเพื่อชวนให้พวกเขาเชื่อว่ายังมีสัมมาอาชีพอื่นที่ดีกว่าการล่าแมวน้ำเป็นไหน ๆ นอกจากกรีนแลนด์แล้ว เร็ว ๆ นี้ เม็กซิโก เบลเยียม โครเอเชีย และลักแซมเบิร์กก็ห้ามการค้าผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแมวน้ำด้วยเหมือนกัน

อดีตการล่าแมวน้ำแปลกใจไหมว่าทำไมคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ากิจกรรมป่าเถื่อนเช่นการล่าแมวน้ำยังดำเนินอยู่จริงในยุค 2000 Aldworth อธิบายว่าย้อนหลังกลับไปช่วงทศวรรษที่ 70 80 นั้น การรณรงค์เรื่องแมวน้ำขึ้นสู่จุดสูงสุดระดับโลก และแมวน้ำได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์สัตว์และการเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม (เราเลยหลงคิดว่ามันน่าจะปลอดภัยแล้ว) ช่วงปี 80 ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของกลุ่มเคลื่อนไหวคือการที่สหภาพยุโรปสั่งห้ามการนำเข้าหนังลูกแมวน้ำเกิดใหม่ ครั้งนั้นผู้ประท้วงที่เคยยืนประท้วงอยู่ตามถนน ตะโกนพูดอะไรออกไปก็ไม่กระเทือนถึงระดับนโยบาย ได้กลายเป็นผู้ที่สามารถโน้มน้าวให้รัฐบาลทั่วโลกปฏิบัติการอะไรสักอย่างเรื่องแมวน้ำได้

"ในช่วงปี 90 รัฐบาลแคนาดากลับอุดหนุนการกลับมา
ของกิจกรรมล่าแมวน้ำอีก เหตุการณ์ที่ดูเหมือน
ถอยหลังเข้าคลองไม่ได้ทำให้ Aldworth ท้อแท้ใจ "

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 90 รัฐบาลแคนาดากลับอุดหนุนการกลับมาของกิจกรรมล่าแมวน้ำอีก เหตุการณ์ที่ดูเหมือนถอยหลังเข้าคลองไม่ได้ทำให้ Aldworth ท้อแท้ใจ เธอยังเชื่อว่าปีนี้น่าจะเป็นปีสุดท้ายที่เราจำต้องดูการฆ่าลูกแมวน้ำในแคนาดา

เราแค่จำเป็นต้องชนะ และเราก็จะชนะ” แม่พระผู้มาโปรดแมวน้ำกล่าวด้วยสายตาที่มองโลกในแง่ดี

............................................................................................................

อันนี้เป็นส่วนที่โฮโจคุง ส่งมาให้อ่าน

การสังหารหมู่เพื่อการค้าครั้งใหญ่ที่สุดของสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมได้เริ่มขึ้นแล้วในแคนาดา (เมื่อประมาณ 60 วันก่อน) คาดว่าเมื่อสิ้นสุดการล่า จะมีลูกแมวน้ำถูกฆ่าไปมากถึง 320,000 ตัว ด้วยการทุบให้ตายหรือยิง โดยฝีมือของชาวประมงที่ล่าแมวน้ำนอกฤดู เพื่อหาเงินพิเศษด้วยการขายหนังแมวน้ำ เหยื่อส่วนมากของการล่านี้ เป็นลูกแมวน้ำ ซึ่งบางตัวเพิ่งมีอายุเพียง 12 วันเท่านั้น ในการล่าเมื่อเร็วๆนี้ มีสัตวแพทย์ซึ่งชันสูตรศพของแมวน้ำ ได้สรุปผลการตรวจว่า ในกลุ่มศพแมวน้ำที่ตรวจพบ มีจำนวน 42% ที่น่าจะถูกถลกหนังทั้งยังเป็นๆและยังมีสติสัมปชัญญะอยู่ โพลล์ต่างๆมักจะแสดงให้เห็นว่าชาวแคนาดาส่วนมากต่อต้านการล่านี้ แต่รัฐบาลแคนาดาและอุตสาหกรรมประมงก็ยังปฏิเสธ ไม่ยอมให้หยุดล่า แต่ความหวังใหม่มาเยือนบนน้ำแข็งแล้ว นั่นคือนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของแคนาดา ชื่อ Stephen Harper รวมทั้งพรรคให้พรรคใหม่ที่เพิ่งได้อำนาจ ถ้าหากมีการสนับสนุนมากพอจากสาธารณชน พวกเขาอาจจะพิจารณาให้ระงับการล่าอันน่าสยดสยองนี้ กรุณาลงชื่อในเวบรวบรวมรายชื่อนี้ และส่งต่อไปยังคนอื่นๆที่ใส่ใจที่จะปกป้องชีวิตของแมวน้ำในแคนาดา

-------------------------------------

เนื้อความของตัวจดหมายเรียกร้อง

-------------------------------------

ขอร้องเรียนให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของแคนาดา ระงับการสังหารโหดแมวน้ำเสีย

เรียนท่านนายกรัฐมนตรี

เมื่อปลายเดือนมีนาคม ทั่วโลกจะจับตาดูการล่าสัตว์ของชาวประมงในแคนาดา ที่ฆ่าลูกแมวน้ำจำนวนมากเพื่อการพาณิชย์ เป็นการสังหารหมู่สัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมจำนวนมากที่สุดในโลก ในแถบน้ำแข็งนอกนิวฟันด์แลนด์และลาบราดอร์ ถ้าหากการล่ายังคงคล้ายกับเมื่อปีที่แล้ว จะมีลูกแมวน้ำจำนวนมากกว่า 300,000 ตัวถูกทุบตีหรือยิงจนตายเพื่อเอาขน บางตัวก็มีอายุเพียง 12 วันเท่านั้น เมื่อปีที่แล้ว สถิติอันน่าตื่นตระหนกคือ มีลูกแมวน้ำอายุ 2 เดือนหรือต่ำกว่า เป็นจำนวนมากถึง 98.5% ของแมวน้ำทั้งหมดที่ถูกฆ่า ภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกการล่าในปี 2005 นั้นน่าสลดใจมาก ลูกแมวน้ำบางตัวจะถูกปล่อยทิ้งไว้ให้สำลักเลือดตัวเองจนตาย เป็นเวลานานถึง 90 นาที และถูกชำแหละทั้งๆที่ยังดิ้นอยู่ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ภาพนั้นก่อให้นานาประเทศเกิดปฏิกริยาต่อต้านการล่าดังกล่าว โดยมีอิตาลีและเม็กซิโกเป็นประเทศล่าสุดที่สั่งแบนการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากแมวน้ำ และเมื่อก่อนหน้านี้รัฐบาลกรีนแลนด์ก็ประกาศตัวเลือก ให้หยุดการนำเข้าทั้งหมดของหนังแมวน้ำจากแคนาดา ขณะนั้นเป็นเวลาหลังจากถ่ายทอดภาพวีดีโอการล่าของ HSUS ปี 2005 ไปยังนานาชาติเพียง 23 ชั่วโมง ผลสำรวจความคิดเห็นพบว่า ชาวแคนาดาส่วนมากต่อต้านการล่าแมวน้ำ แต่องค์กรภาครัฐของรัฐบาลก่อนได้ปฏิเสธที่จะช่วยหยุดมัน ทั้งๆที่การล่าแมวน้ำทำรายได้ได้น้อยมาก น้อยกว่า 1% ของผลิตผลมวลรวม (gross product แปลว่าอะไรก็ไม่รู้ ไม่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์) ภายในประเทศของนิวฟันด์แลนด์ด้วยซ้ำ ซึ่งเทียบเป็นเพียง 2% ของการประมง ในความเป็นจริงแล้ว การล่าแมวน้ำเป็นแหล่งรายได้ของชาวประมงจำนวนเพียงไม่กี่พันคน คิดเป็นรายได้เล็กน้อยเพียงแค่หยิบมือเดียวเมื่อเทียบกับรายได้ต่อปีของพวกเขา แคนาดา รวมทั้งชาวประมงกลุ่มที่กำลังล่าแมวน้ำ จึงควรจะสามารถเลิกการล่านี้ได้โดยไม่เดือดร้อน การคว่ำบาตรผลิตภัณฑ์อาหารทะแลจากแคนาดา ที่กำลังดำเนินอยู่ กำลังทำให้ชาวประมงเหล่านั้นตกอยู่ในภาวะวิกฤติอยู่แล้ว มีปัจเจกบุคคลจำนวนมากกว่า 220,000 คนที่เรียกร้องให้มีการคว่ำบาตรอาหารทะเลจากแคนาดา และในทุกๆวันก็ยังมีอีกมากที่เข้าเป็นแนวร่วมเพิ่มเติมด้วย นับตั้งแต่เริ่มมีการคว่ำบาตรดังกล่าว จำนวนของภัตตาคารและธุรกิจอาหารทะเลต่างๆซึ่งเรียกร้องให้จำกัดหรือยกเลิกการซื้อสินค้าอาหารทะเลของแคนาดา มีจำนวนเพิ่มขึ้นจนมีมากกว่า 400 ราย ผู้จำหน่ายอาหารทะเลในอเมริกาหลายรายได้เลือกคว่ำบาตรปูหิมะของแคนาดา เนื่องจากทราบว่าผลิตภัณฑ์นี้นับเป็นรรายได้ถึงครึ่งหนึ่งของผลิตผลทางทะเลของการประมงในนิวฟันด์แลนด์ และตั้งแต่เริ่มการคว่ำบาตรอาหารทะเลจากแคนาดา ค่าเงินของการส่งออกปูหิมะแคนาดาไปขายที่สหรัฐอเมริกา ได้ลดลงไปมากกว่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้โปรดกระทำการบางอย่างเพื่อปกป้องการประมงของแคนาดารวมทั้งชื่อเสียงที่มีต่อต่างชาติด้วย ได้โปรดหยุดการล่าที่โหดเหี้ยมนี้ซึ่งทำรายได้ได้เพียงน้อยนิดทั้งๆที่สร้างความเจ็บปวดสาหัสต่อลูกแมวน้ำจำนวนมหาศาลด้วยเถิด

                                                                                                     ขอบคุณ

..........................................................................................................

หวังว่าเร็ววันนี้ รัฐบาลแคนาดาจะออกกฎหมายคุ้มครองแมวน้ำให้รอดชีวิต อยู่ในโลกที่แสนจะโหดร้ายและดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ต่อๆ ไปได้ ไม่ใช่เหลือแต่มนุษย์เผ่าเดียวที่ยังรอดชีวิตอยู่

..........................................................................................................