ความรักของเดวี่(3)

posted on 17 Jan 2008 10:37 by sushee

 อิเลคตร้านั่งเหงาๆ มองออกไปนอกห้องในโรงแรม เสียงมือถือก็ดังขึ้น เธอหยิบมาดูกลับ
ไม่มีสัญญาณอะไรเลย แต่เธอก็เอามาแนบหู
" สวัสดีค่ะ "
" ผมเองครับ คุณจำได้มั๊ย "
" ค่ะ จำได้ แต่ว่าคุณโทรมาแบบนี้..... ทำไม....." ถามอย่างสงสัย
" เพราะเวทย์มนต์ของเจ้านายน่ะครับ อย่ากังวลว่าจะมีคนดักฟัง อย่ากังวลว่าพวกเราจะเป็นอันตราย
และจะมีใครรุ้เรื่องการสนทนาครั้งนี้ "
" ค่ะ " คนสวยดูแปลกใจนิดหน่อยแต่ก็มองผ่านไป " คุณ เอ่อ เจ้านายคุณเป็นยังไงบ้างคะ เข้าปลอดภัย
ดีหรือเปล่า ฉันเป็นห่วงเขามาก "
" ท่านคงดีใจที่สุดที่ได้ยินคุณพูดแบบนี้นะครับ  แล้วก็ท่านฝากขอโทษคุณด้วย ที่ท่านทำให้คุณเดือดร้อน
ท่านไม่คิดว่า จะมีการเสียชีวิตเกิดขึ้น  และจะหาทางช่วยคุณครับ "
" ขอบคุณมากค่ะ แต่ไม่เป็นไรหรอก แต่อยากให้เจ้านายคุณไปจากที่นี่ก่อนที่จะมีการหาตัวพบ .... ฉันไม่
อยากให้ผุ้มีพระคุณของฉันต้องเดือดร้อนค่ะ "
" ทางนีต่างหากครับ ที่เป็นฝายทำแบบนั้น "
มีเสียงเคาะประตู ทำให้ทั้งคู่ต้องรีบวางโทรศัพท์ คนสวยลุกขึ้นไปเปิด คนที่มาเป็นคู่หมั้นของเธอ
" ช้าจริงทำอะไรของเธออยู่...... แล้วเมื่อกี้คุยกับใครน่ะ "
" ไม่ได้คุยกับใคร ฉันพูดกับตัวเอง " เธอบอก คามิลล่าเหมือนไม่เชื่อ เดินมาหยิบมือถือไปดู
"ไม่ให้เกียรติฉันเลยนะ คามิล ......."
" ฉันออกจะมั่นใจว่าเธอคุยกับใครแน่ๆ สักคนนะที่รัก แล้วก็ จะคุยอะไรก็น่าจะรู้ใช่มั๊ยว่ามีคนบันทึก
คำสนทนาของเธออยุ่ ถ้าไอ้ผุ้ชายที่มันฆ่าเจ้าอ้วนนั่นมันโทรมาหาเธอ ก็ถ่วงเวลาไว้ซะ ถ้าจับมันได้ จะได้
จบๆ เรื่องไป "
" เขาทำเพื่อช่วยฉันนะ ทำไมเธอพูดแบบนั้น แล้วเรื่องทั้งหมดมันก็เป็นอุบัติเหตุ "
" ฉันเชื่อ และเข้าใจเธอ แต่คนอื่นไม่เชื่อหรอกนะ อิเลคตร้า..... เป็นเรื่องโชคร้าย แต่ถ้ามองในแง่ดีก็....
ถ้าไอ้นั่นตายไปซะได้ เรื่องหนี้สินที่ต้องชดใช้ไม่รู้ว่ายายคุณนายนั่น จะมาตามทวงหนี้แทนสามีหรือ
เปล่าก็ไม่รุ้ ถ้าไม่ตามก็ถือว่าดีไปนะ ว่ามั๊ย "
คนสวยถอนหายใจ ไม่อยากเชื่อว่าคามิลล่าคุ่หมั้นจะพูดอะไรแบบนี้
" อืม แล้วก็... ถ้าเจ้านั่นติดต่อมา เธอก็หลอกมันให้มาเจอตำรวจจับให้ได้ก็ดีนะ " บอกแล้วหัวเราะเรื่อยๆ
อิเลคตร้าหน้าตาไม่คอ่ยพอใจนิดที่อีกฝ่ายพูดอย่างไรน้ำใจแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก
เอลโล่ส่ายศรีษะ ถึงนางแบบคนสวยจะวางโทรศัพท์ไปแล้ว แต่ตนก็ยังใช้หูทิตย์ของตนฟังคำสนทนา
อยู่  คามิลล่าคนนั้นมีจิตใจที่คิดไม่ซื่อ แต่สำหรับอิเลคตร้าแล้ว ไม่มีจิตใจคิดคดแบบนั้นเลย
" เธอว่ายังไงบ้าง เอลโล่ "
" เธอให้ฝ่าบาทระวังพระองค์ แล้วรีบไปจากที่นี่ เธอเป็นห่วง "
" ห่วงเหรอ เธอเป็นแสดงว่าเธอก็มีใจกับฉัน.... บ้างใช่หรือเปล่า
" คิดว่าเป็นเช่นนั้นฝ่าบาท "
" แล้วจากนี้ควรเป็นยังไง ต่อ ฉันควรทำยังไง....... ถึงจะได้เธอมาครอง ...."
" จีบพะยะค่ะ ปกติต้องจีบ แต่ว่าจะทำยังไง เมื่อเธอโดนกักตัวแบบนั้น ฝ่าบาทก็มีเวลาจำกัด จะนำตัวเธอมา
เก็บไว้แบบลอร์ดเดโฟรก็ไม่ใช่ความต้องการของฝ่าบาท แบบนั้นคงต้องใช้เวลาอย่างเดียวพะยะค่ะ "
" ถ้าให้เธอรักฉันได้ นานแค่ไหนฉันก็จะรอ และยอมรอ "
เอลโล่นิ่งไปกับคำพูดกับองค์ชายเดวี่ เจ้านายตน พยักหน้าด้วยรู้สึกว่าความนี้เจ้านายเอาจริง แต่จะทำยังไง
ที่จะช่วยให้ท่านสมหวัง จะว่าไปนอกจากเรื่องไม่มีเวลาแล้ว เจ้านายตนยังเป็นแวมไพร์ แล้วรักของคนกับ
แวมไพร์ จะไปสมรสสมรักกันได้ยังไง เธอจะรับในสิ่งที่องค์ชายเป็นได้เหรอ และที่สำคัญ องค์ชายเป็น
ผู้ชายประเภทที่ว่าแปลกไม่เหมือนใคร เป็นชายเอาแต่ใจ เจ้าอารมณ์ ดุร้าย และเป็นคนที่ค่อนข้างประหลาด
หัวโบราณเสียอีก หันไปมองท่านที่ดูมีความหวัง ก็อดเห็นใจ
............................................................................................................................

 ออสบอร์นพยายามขยับๆ จนศรีษะออกมาจากผ้านวมที่ห่อได้ เขาเห็นอริร้าย องค์ชายแวมไพร์
นั่งหันหลังอยู่
" เดวี่ ฮาว็อค ผมไม่เห็นคุณไปตามหารอเลนเลย ถ้าคุณไม่คิดจะตามหารอเลนแล้ว ก็ปล่อยผมไปสิครับ "
เดวี่นิ่งเงียบ แล้วแปบนึงก็หันกลับไป   " ฉันจะไม่ปล่อยแกจนกว่าจะได้ตัวรอเลน "
" คุณนี่มันเพี้ยนรึเปล่า ... ทำแบบนี้แล้วคิดว่ารอเลนจะกลับมาหาด้วยความเต็มใจหรอกนะ ถึงเข้ากลับมา..."
หน้าเดวี่โหดขึ้นมา ออสบอร์นเลยไม่กล้าพูดอะไรต่อ รอเลนไม่อยู่แบบนี้ ชายผู้มากด้วยโทสะและพละกำลัง
จะบ้าคลั่งขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และถ้าหมอนี่ฟิลว์ขาดขึ้นมา คงไม่มีใครเอาอยู่ นอกจากรอเลนผุ้เดียว แต่ก็ไม่
ได้อยู่ตรงนี้ตอนนี้
" รอเลนน่ะ.... ไม่มาเพราะผมหรอก...... จริงๆ นะ"
" กล้าพนันด้วยชีวิตแกมั๊ยล่ะ "  บอกแบบนั้นออสบอร์นเลยเงียบ เปลี่ยนเรื่องสนทนา
" แล้วคุณจะยังอยู่ที่นี่อีกทำไม เมื่อคุณคิดว่ารอเลนไม่อยู่ที่นี่แล้ว......"
องค์ชายแวมไพร์เงียบแล้วลุกไปจากตรงนั้น ออกจากห้องไป  เป็นโอกาศดีที่อีกคนเลยถือโอกาศยุกยิกขยับ
ตัวให้หลุดรอดจากการโดนพันธนาการ
 เดวี่ฮาว็อคเปิดประตูเข้าไปยังอีกห้อง ซึ่งก็คือห้องเขา เหตุที่เขามาห้องอีกคน เพราะต้องการมา
คุยกับเอลโล่ซึ่งตนนึกว่ากลับมาแล้ว แต่ที่ไหนได้อีกฝ่ายยังไม่กลับมาจากไปหาข่าว ครู่หนึ่งประตูเปิดออก
เอลโล่คนสนิทเข้ามาในห้อง
" ฝ่าบาท สงสัยว่าเราต้องกลับกันแล้ว "
ได้ฟังองค์ชายฮาว็อคก็หน้าบึ้ง " จริงสินะ วันคล้ายวันเกิดเสด็จแม่..... คงต้องกลับไปจริงๆ ..... ทั้งๆ ที่เป็น
ไปได้ยาก แต่ก็ฝืนมาจนถึงตอนนี้ " เขาบ่นเบาๆ
" บางทีเวลาอาจทำให้ทุกอย่างดีขึ้นก็ได้พะยะค่ะฝ่าบาท เราลองปล่อยให้เวลาเป็นตัวช่วยในการแก้สถานการณ์นี้ "
บอกนายเหนือหัวที่พยักหน้า
" งั้นก็ถึงเวลาสักทีสินะ เวลาที่เด็กดื้อต้องกลับบ้าน "
เอลโล่พยักหน้าแล้ว เปิดประตูออกไปยังอีกห้องหนึ่ง เดวี่นั่งหลับตาพิงเก้าอี้ สดับฟังเสียงที่เข้ามายังโสตประสาท
เขารู้สึกได้ถึงเสียงที่เจ็บปวด ที่คนธรรมดาไม่อาจได้ยิน และสัญชาติญาณการเอาชีวิตที่รุนแรง ความตื่นกลัวที่พยายาม
ซ่อนเร้นอย่างที่สุด และเสียงสุดท้ายที่ได้ยินคือเสียงของคนที่เขารอคอย
" พอได้แล้ว เดวี่ คืนนี้ผมจะไปหา..... " รอเลน ลาร์ค เดโฟรส่งกระแสจิตมาหา
เดวี่ยิ้ม เขาบอกให้อีกฝ่ายหยุด เอลโล่กลับมาด้วยเสื้อผ้าที่ยุ่งเหยิงเพียงเล็กน้อย แขนและลำตัวมีรอยเล็บข่วนบ้าง
" ดีมาก เอาล่ะ ตอนนี้เจ้าไปเตรียมการกลับบ้านให้เรียบร้อย เราจะเดินทางกันคืนนี้ "
 หลายชั่วโมงผ่านไป ตะวันคล้อยลงต่ำเรื่อยๆ  จนค่ำ เอลโล่คนสนิทองค์ชาย เข้ามานั่งยืนไกล้ๆ
"ฝ่าบาทจะลาเธอมั๊ยพะยะค่ะ "
" บอกเธอว่า ฉันคิดถึงตลอดเวลา และจะคิดถึงเธอเสมอ ให้เธอรอฉันสักพัก ฉันจะไปอยู่เป็นเพื่อน "
เอลโร่มองหน้าเจ้านาย แล้วก็ส่งกระแสจิตไปหา สาวงามอิเลคตร้า แล้วบอกเธอตามนั้น เดวี่ได้แต่ฟังเสียงเธอ
ด้วยหูของแวมไพร์ แล้วเธอก็บอกเป็นภาษาสเปนว่าขอบคุณ แม้เพียงแค่นั้น เดวี่ที่ได้ฟังก็รู้สึกเป็นสุข เธอฝากบอกให้
เขารักษาสุขภาพ มากๆ ระวังตัวเองด้วย แล้วการสนทนาก็จบลง
" ฉันอยากเห็นหน้าเธอสักครั้งก่อนกลับสเปน " เดวี่บอก
" พะย่ะค่ะ ฝ่าบาทจะให้กะหม่อมตามเสด็จด้วยมั๊ยพะยะค่ะ "
อีกคนส่ายหัวขณะเดินไปที่หน้าต่าง เเล้วเปิดออก " อยู่นี่รอรอเลนก็แล้วกัน... ถ้าช้าก็ไปซัดเจ้านั่นอีกสักป๊าบ เป็นการ
กระตุ้นก็ได้นะ " บอกแล้วองค์ชายแวมไพร์ก็บินออกไป
 เพราะความรักเป็นเครื่องนำทาง พริบตาเดียวก็ไปถึงโรงแรมเล็กๆ ที่คนสวยย้ายไปอยู่ถาวร เดวี่แอบมอง
เธอทางหน้าต่าง สาวน้อยเวลาไม่แต่งหน้าจัดก็ยังสวยงามน่ารักเป็นธรรมชาติ เธอกำลังทำนั่นทำนี่ของเธอส่วนตัวอยุ่แล้วก็เปิดตู้เย็นเอาเครื่องดื่มออกมาทาน มีสลัดผักหลากสีสัน เธอทานผักเยอะขนาดนี้นี่เองถึงได้ผุดผ่องเปล่งปลั่งการที่ได้มองเธอเพลินๆ ก็ทำให้เขาเป็นสุขใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ ความรุ้สึกนี่มันช่างเหมือนกับตอนที่ เขามองรอเลนแม้จะแค่นั่งอ่านหนังสือเงียบๆ อยู่ในห้องตัวเอง ไม่ต่างกันเลย
 สองชั่วโมงผ่านไปอย่างไม่น่าเชื่อ การเฝ้ามองที่ไม่รุ้จักเบื่อหรือเหน็ดเหนื่อยเป็นอันต้องพังทลายเมื่อมี
เสียงเคาะประตู อิเลคตร้าไปเปิดและคนที่เข้ามาคือ คู่หมั้นจอมทุเรศของเธอ คามิลล่า หมอนั่นเมามายแล้วเริ่มอ้าปากพูดอะไรเรื่อยเปื่อยที่ทำเอาคนสวยที่ยังดูสดชื่นเป็นธรรมชาติเมื่อกี้หน้านิ่งไป แล้วหมอนั่นก็ไปนั่งยองๆ จับขาท่อนบนพูดกับเธอ ซึ่งก็คุยด้วยแต่เหมือนไม่อยากจะให้คำตอบอะไร องค์ชายเดวี่แทบอยากจะออกไปจับอีกฝ่ายโยนออกนอกห้อง แต่มันก็ไม่สมควร เขาอยากไปเสียจากตรงนี้เสียเดี๋ยวนั้น แต่เป็นห่วงว่าหมอนี่จะทำอะไรให้แม่นางของตนขุ่นเคืองเสียใจ ถ้าเป็นเช่นนั้นสู้ตนอยู่ตรงนี้ดูลาดราวน่าจะดีกว่า คิดได้ก็เลือกมองเฉพาะนางในฝันของตนเพียงคนเดียว
 ผ่านไปอีกราวสองชั่วโมง คามิลล่าถึงได้กลับไป แต่ก่อนไปอิเล็คตร้าคนงามก็ให้กระดาษหนึ่งแผ่น ซึ่งเดวี่ดู
ก็รู้ว่าเป็นเช็คเงินสด หมอนี่คงมาขอเงินจากคู่หมั้นคนสวย ช่างเป็นผู้ชายที่ไม่น่าดูซะเลย หลังพ่อคู่หมั้นออกไปคนสวยก็อาบน้ำเข้านอน องค์ชายแวมไพร์แห่งสเปนเห็นแม่นางน้อยนิทรา ตนจึงกลับไปยังที่พักของตน
 พอกลับไปถึงก็เห็น คนๆ หนึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้ มุมห้องในโรงแรม ชายรูปหล่อ ผิวขาวซีด ผอมบาง แต่สง่างาม
" มาได้แล้วเรอะ รอเลน " เดวี่ถามเสียงขึงขัง คนที่พูดด้วยหน้าตาไม่พอใจนิดหน่อย
" ทำเกินไปแล้วนะเดวี่ "
" แล้วจะทำไม ....." บอกแล้วมองหน้าอีกคนอย่างไม่ลดละ
" .... นายหักคอเขา แบบนี้มันเกินไปแล้วนะ ...... นายทำอะไรรุนแรงแบบนี้ไม่มีใครชอบ และจะไม่มีใครอยากอยุ่ด้วย "
" งั้นเรอะ แต่ว่านายก็ยังอยุ่กับฉัน แล้วก็รีบร้อนมาหาฉันเพราะวิธีการที่รุนแรงแบบนี้ไม่ใช่เหรอ เพราะฉะนั้นนะ...."
รอเลนรูปงามจึงไม่พูดอะไรอีก
" จะให้ฉันตามไปงานวันเกิดพระมเหสีสินะ "
" ก็รู้หน้าที่นิ รอเลน แล้วทำไมไม่มา "
" งานยังไม่เสร็จ ฉันคิดว่าจะไปที่นั่นเลยในวันงาน ไม่ได้ไปเตร็ดเตร่ก่อน 2-3 วัน นายก็รู้นิ ว่าฉันไม่ชอบ "
เดวี่มองหน้ารอเลนที่ตนหลงไหล เดินไปจับหน้าขึ้นมามอง
" ไม่ต้องห่วงหรอกน่า คราวนี้ไม่ยอมให้ใครรังแกนายได้อีกหรอก "
รอเลนไม่ได้ว่าอะไร แล้วเดวี่ก็หันไปหาลูกน้องอีกคน
" เอลโล่ ว่าไง "
" ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วพะยะค่ะ ฝ่าบาท เชิญที่ดาดฟ้าได้เลย "
ว่าแล้วองค์ชายเดวี่ก็เดินนำรอเลนที่หลงไหลไปที่ดาดฟ้าโรงแรม ที่น่าตกใจก็คือมีรถม้าหรูหราอยุ่บนนั้น แล้วทั้งสองก็ขึ้นรถม้าที่บินขึ้นฟ้าไปราวกับนิยายแฟนตาซี
....................................................................................................................................................