ความรักของเดวี่ (2)

posted on 16 Jan 2008 18:26 by sushee

(ต่อจากตอนที่แล้ว......ออสบอร์น บรรยาย....... ปีศาจอูฐเดวี่ ผมอุตส่าห์ให้บัตรเข้าชมการเดินแบบชุดชั้นใน ดันเอาผมไปทิ้งในบ่อซะได้ ช่างเป็นชายที่ก้นบึ้งในห้วใจเหมือนก้นบ่อซะจริงๆ เปลี่ยนใจเป็น รูก้นล่ะกัน )


 ทันทีที่ไอ้อ้วนลามกหนีไป เดวี่อุ้มสาวน้อยที่ดูตกใจกระโดดออกนอกหน้าต่างลงไปยังสวนสวยด้านล่าง เพราะความ
สุงทำให้เธอหลับตาเอาหัวซุกที่อกอีกฝ่ายแน่นด้วยความกลัว กลิ่นหอมจากร่างกาย และเส้นผมเธอ ทำเอารู้สึกถึงความแตกต่าง
เขาเป็นคนไม่ชอบใส่น้ำหอม ไม่ชอบเสียเวลาอาบน้ำ แต่เขาก็ไม่รังเกลียดกลิ่นหอมๆ จากร่างกายรอเลน กลิ่นหอมจากเส้นผม
รอเลนเวลาที่เขาดึงหน้าอีกฝ่ายมาชื่นชมใกล้ๆ แต่นี่ช่างแตกต่างกับกลิ่นกายรอเลน เป็นความหอมอีกแบบที่สดชื่น หอมหวาน
และยั่วยุความรู้สึกด้านกามราคะเขาเป็นอย่างดี ช่วงเวลานี้เขาถึงได้เข้าใจเสด็จพอ และน้อง่ชายเขาที่ชอบเอาสาวๆ มาซุกมาไซร์
ไกล้ๆ ตัว
 เขาโดดตัวเบาโหวงไม่กี่ทีก็ออกจากรั่วบ้าน ร่างใหญ่เทอะทะไม่น่าจะคลอ่งแคล่วรวดเร็ว และสง่างามได้ แต่แน่ละ
แม้จะบึกบึนขนาดไหนเขาเป็นเป็นเจ้าชายแวมไพร์ที่ย่อม(แอบ)แฝงความสว่างามไว้(ลึกๆ)  สองคนออกมาไกลและปลอดภัย
เกินกว่าจะถูกตาม เดวี่ปล่อยสาวสวยลงที่พื้น ซึ่งเธอดูจะตกใจเล็กน้อยเมื่อเปิดตามองเขา  แสงไฟถนนที่ส่องให้เขาเห็นหน้า
สาวน้อยอิเลคตร้าใกล้ๆ พระเจ้า เดวี่บอกกับตัวเอง เกิดมาไม่เคยถูกใจใครขนาดนี้มาก่อน  แววตาที่เธอมองเขาทำให้เขารู้สึก
อายที่ตัวเองเป็นตอนนี้ ผมเผ้ารุงรัง เสื้อผ้าที่มอมแมมขาดเยิน ยังดีที่มีเสื้อคลุมสีน้ำตาลที่กระตุกจากเจ้าออสบอร์นมา พอจะทำ
ให้เขาดูปกติเหมือนคนที่นี่เขาบ้าง แต่ก็ ... เดวี่รีบหันหน้าหนี สาวน้อยส่งเสียงเหมือนจะเรียกเขา แต่
 เขาฟังไม่ออก แต่แน่ใจว่าเธอต้องเรียกเขา เดวี่หันกลับไป เหมือนเธอพยายามจะคุยกับตนจริงๆ ด้วย
"ไอ้อ้วนปีศาจ ไอ้อ้วนปีศาจ ไอ้อ้วนปีศาจ ไอ้อ้วนปีศาจ " เป็นโชคร้ายที่เสียงบ่นของออสบอร์นดึงเข้ามาในโสตปราสาทแทน
เสียงเธอ เดวี่คิ้วกระตุกนิดๆ คิดว่าไอ้นี่มันร้ายนัก ขนาดไม่มีฤทธิ์ไม่มีเดชอะไร ความคิดมันยังแทรกเข้ามาในหัวตนได้
แทนที่ตนจะได้คุยกับเธอ เจ้านี่ยังกวนมายุ่ง แล้วก็สบัดหัวไล่จิตออสบอร์นที่ส่งมากวน เดินเข้าไปหาทางที่พยายามพูดกับตน
" ขอบคุณมาก " เธอบอกมาเป็นภาษาอังกฤษ ประโยคง่ายๆ ที่ฟังออก แล้วเธอก็พูดมาอีก ที่เดวี่ไม่เข้าใจซะแล้ว
" คืออย่างนี้ครับคุณผู้หญิง เจ้านายอยากคุยกับคุณมาก แต่ท่านพูดได้แต่ภาษาสเปน " มนุษย์หมาป่าข้ารับใช้องค์ชายมาได้ทัน
เวลา เขาโค้งให้เดวี่
" เอลโล่ ...... " เดวี่เรียก ดวงตาที่แสดงออกของเดวี่ทำให้เอลโล่ทราบว่าเจ้านายรุ้สึกเช่นไร แล้วบอกกับเธอตามที่เขาสั่ง
" นายท่านบอกว่า ขออภัยที่ทำให้คุณผู้หญิงตกใจ แต่เพราะเป็นห่วงจริงๆ เลยต้องทำแบบนั้น "
คนสวยพยักหน้าแล้วยิ้มให้
" ตกใจนิดหน่อยเหมือนกันค่ะ แต่ก็ ดีใจและขอบคุณที่คุณมาช่วย ถ้าไม่มาคงแย่แน่ๆ "
 สองคนคุยกันผ่านล่ามซึ่งก็คือ เอลโล่ ถึงจะเป็นแบบนั้นเดวี่ก็ไม่รู้สึกว่า เสียอรรถรสหรือ อึดอัดที่ได้คุยกันเลย
ทุกคำพูดของเธอทำให้เขายิ่งหลงไหลเธอเข้าไปทุกทีๆ หิมะที่ตกปรอยๆ ทำให้เดวี่เอาเสื้อคลุมออสบอร์นที่ฉกมาห่มให้เธอ
เธอยิ้มให้ ยิ้มนั่นก็...... เดวี่รู้สึกมีสุข ไม่ต่างจากที่เวลารอเลนยิ้มให้เขา ซึ่งก็น้อยเต็มที จนตัวเองแปลกใจว่า ทำไม แค่เวลาไม่
นานที่ 3 คนเดินคุยกันไปตามถนน เธอยิ้มให้เขาบ่อยนัก มากและจริงใจซะยิ่งกว่าที่รอเลนยิ้มให้ตนเสียอีก
 เวลาแห่งความสุขนั้นแสนสั้นดังบทเพลงรักรันทดทั่วไป พอถึงถนนใหญ่ คนสวยก็รถแท็กซี่จะกลับโรงแรม
มีอย่างหนึ่งที่เดวี่สงสัยและอยากถามเธอมาก จึงให้เอลโล่ถามให้ว่า
" คุณไม่รู้สึกกลัว หรือตกใจที่เจ้านาย ไปพาคุณออกมาแบบนั้นเหรอครับ "
เธอส่ายหัว " ไม่รู้สึกแบบนั้นหรอกค่ะ รู้สึกแค่เพียงว่าเจ้านายคุณ เป็นนักมายากลที่มีเวทย์มนต์อันหน้าน่าประทับใจมาก "
แล้วเธอก็ส่งนามบัตรให้ เดวี่  นามบัตรที่มีหน้าเธออยู่ด้านหนึ่ง เป็นนามบัตรของบริษัทนางแบบ
" อยากเลี้ยงข้าวขอบคุณสักมื้อ ถ้าคุณว่าง ...แล้วก็ ปลายปี ฉันมีงานไปถ่ายแบบที่สเปน ประมาณว่า ไอโอกับวัวขาวแต่เป็น
หญิงสาวกับกระทิงแทน หวังว่าตอนนั้นจะได้คนพาเที่ยวนะคะ " บอกแล้วหอมแก้มเดวี่ทีหนึ่ง ก่อนยิ้มหวานขึ้นรถแท็กซี่ไป
เอลโล่ หันไปมองเจ้านายตัวเองที่ ..... เขาไม่เคยเห็นหน้าซีดๆ ของเดวี่เปลี่ยนเป็นสีอื่นเลย นอกจากคราวนี้
" ฉันต้องการ ผุ้หญิงคนนี้ " บอกเอลโล่
" พะย่ะค่ะ " ว่าแล้วเอลโล่หันขวับจะไล่รถตามไปแต่เดวี่บอกให้หยุด
" ไม่ใช่แบบนั้น ฉันไม่ต้องการให้เธอมาเป็นแบบรอเลน ฉันต้องการเธออีกแบบ "
" พะย่ะค่ะ กระหม่อมเข้าใจแล้ว .... ยังไงก็ อีกไม่กี่ ช.ม. จะเช้า เชิญเสด็จไปยังโรงแรมที่กระหม่อมเตรียมไว้ก่อน ส่วนเรื่อง
แม่นางคนนี้ กระหม่อมจะจัดการให้ฝ่าบาทเอง "
เดวี่พยักหน้า ตายังมองแท็กซี่คันนั้นอยู่แม้จะไกลมากแล้ว แต่เขาก็ยังเห็นเธอชัดเจนแม้จะเพียงด้านหลัง ก็ยังอยากมอง
" อีกเรื่องพะย่ะค่ะ "
" เสื้อฉันน่ะเหรอ เป็นยังไงบ้าง "
" ไม่พะยะค่ะ เรื่องคนของท่านลอร์ดเดโฟร "
" ช่างหัวมัน เสื้อตัวเก่งของฉันล่ะ "
" คิดว่าคงเอากลับมาใช้ไม่ได้แล้วล่ะพะย่ะค่ะ หมอนั่นเอาใส่ถังขยะสด ทั้งสปาเกตตี้ ทั้งกาแฟ หกรดเปรอะเปื้อนหมดแล้ว "
เดวี่หน้าหงิกยิ่งกว่าม้าหมากรุก " งั้นให้มันอยู่ในบ่อนั่นน่ะ เหมาะแล้ว "
........................................................................................................
 องค์ชายแวมไพร์นอนคุ๊ดคู้อยู่บนเตียงในห้องหรูหราของโรงแรมใหญ่ ทั้งๆ ที่เป็นเวลานอนแล้ว
แต่คนขี้เซาอย่างเขากลับหลับไม่ลง คิดถึงแต่น้ำเสียงใบหน้าของแม่สาวน้อยอิเลคตร้าคนนั้น
" ฉันมีเวทย์มนต์เหรอ เธอต่างหากที่ใช้เวทย์มนต์อะไรใส่ฉัน ถึงทำให้ฉันเป็นแบบนี้ " ถามตัวเองเหมือนคน
เริ่มมีรักและอยากจะคิดอะไรน้ำเน่าๆ  ขณะที่เอลโล่ ข้ารับใช้คนสนิท ออกไปสืบเรื่องอิเลคตร้าให้ตน
" ผุ้หญิงดีแบบนี้นี่เองสินะ เสด็จพ่อเอย จาเร็ต ถึงหลงกันหัวปลักหัวปลำจนถอนตัวไม่ขึ้น " แล้วเขาก็คิด
โน่นคิดนี่แล้วคิดถึงรอเลนขึ้นมา
" รอเลนนี่งี่เง่า จริงๆ ผุ้หญิงมีมากมาย แต่ก็ดันไปมีคุ่ขาเป็นเจ้าเตี้ยม่อต้อแบบนั้นได้......" คิดไปเรื่อยเปื่อย สุดท้าย
ก็หลับปุ๋ยไป
 เดวี่หลับไปได้พักใหญ่ก็ตื่นมาด้วยความหิวโหย สภาพตอนนี้ทั้งหิวอาหารและหิวความรัก นางใน
ฝันของเขาเป็นนางแบบ เป็นนางแบบก็ต้องออกทีวีช่องแฟชั่น เดวี่เลยเดินไปเปิดทีวีหาช่องแฟชั่น ที่รอเลน
ชอบเปิดดู เวลาเครียดๆ แล้วเขาก็ได้เห็นข่าว ว่ามีตำรวจพาอิเลคตร้าไปสถานนีตำรวจ แล้วก็มีผุ้หญิงอ้วนๆ แต่ง
ตัวตู้เพชรตะโกนด่าเธอ แล้วก็มีภาพ ไอ้อ้วนนอนแผ่เชิงบันได เดวี่หน้าเสียที่เป็นแบบนั้น และพอจะสรุปความ
อะไรได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเรียกหา เอลโล่
" กะหม่อมทราบเรื่องแล้ว พะยะค่ะ กำลังติดตามข่าวให้อยู่ " เอลโล่ตอบมาทางโทรจิต
 องค์ชายแวมไพร์รู้สึกเป็นห่วงอิเลคตร้ามาก เขาไม่ชอบระบบของพวกตำรวจอยู่แล้ว โดยเฉพาะ
ประสบการณ์ที่เจอตำรวจซังกะบวยอย่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ อเล็กเซลล์  เจ้าหน้าที่ทีมแคทเทิ่ล และตำรวจกรีนแลนด์
มันทำให้เขาหมดศรัทธาในระบบการจับกุมในระบบนี้ของพวกคนมากๆ
 จนเย็นเอลโล่กลับมาหาเจ้านายที่ไม่ได้หลับได้นอน เอาแต่นั่งดูข่าว เข้ามาเล่าสถานการณ์ให้ฟังว่า
เป็นยังไงก็คือ นังเมียอ้วนของไอ้อ้วนลามก บอกว่าอิเลคตร้าเป็นทำสามีตัวเองตาย แล้วมีผุ้สมรุ้ร่วมคิดเป็นผุ้ชาย
อีกคนหนึ่ง แต่ในวงจรปิดถ่ายรูปเขาไว้ไม่ติดเลย เห็นแต่เป็นเงาดำๆ ใหญ่ๆ  ทางเอเย่นต์ของคนสวยประกันตัว
ของเธอออกมาก่อนเพื่อหาทนายความมาสุ้คดี และเป็นที่น่าแปลกว่า เธอก็ไม่ได้กล่าวว่าร้ายหรือพาดพิงถึงชาย
ปริศนาคนนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว
" ฉันทำให้เธอเดือดร้อนซะแล้ว " เดวี่พูดกับเอลโล่ " เธอต้องรับกรรมเพราะการกระทำของฉัน "
สีหน้าจ๋อยๆ ของเขา ทำให้เอลโล่รู้สึกเห็นใจ " ไม่เป็นไร ฝ่าบาท ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น กะหม่อมจะต้องช่วย
เธอให้ได้  ...... กะหม่อมได้ที่อยู่เธอมาแล้ว คืนนี้เราไปหาเธอกันนะพะย่ะค่ะ "
คำพูดเอลโล่ทำให้เดวี่ยิ้มได้ เขาพยักหน้าแล้วนั่งรอเวลาให้ตกค่ำ
..........................................................................................................

(มาต่อแล้วกั๊บ)


 ตะวันตกนกกาบินกลับรัง 2 นายบ่าวก็พากันออกจากโรงแรมไปยังโรงแรมที่พักของแม่นางคนสวย
เดวี่ตามเอลโลแฝงกายใหญ่โตเข้าโรงแรมไปโดยไม่ให้ผู้คนรู้เรื่อง พอจะถึงห้องเธอ เอลโล่ก็หยุดนายตัวเอง บอก
ว่ามีบุคคลอื่นในห้องด้วย  เมื่อเป็นแบบนั้น 2 คน จึงแปลงเป็นแมลงเล็กๆ รอดช่องประตูเข้าไป
 ชายหน่มที่อยู่กับอิเลคตร้าเป็นผู้ชายรูปงาม ผิวสีเข้ม ผมสีดำสนิทยาว
" นั่น คามิลล่า คู่หมั้นไม่เอาเรื่องของเธอพะยะค่ะ " คำพูดที่ทำให้เดวี่เสียวแวปเข้าไปในหัวใจ
" คู่หมั้นเหรอ " ว่าแล้วเดวี่ก็ไต่ๆ เข้าไปไกล้กว่าเก่า หมอนี่มันน่าตาดีจริงๆ ถึงจะไม่ใช่สเปคเขาแต่ก็รู้สีกได้เลย
รูปร่างก็อรชนอ้อนแอ้นมีเนื้อกล้ามมีเนื้อ มีหนังไม่ใช่ผอมไร้หุ่นอย่างเจ้าออสบอร์น ทั้งคุ่เถียงกันด้วยเรื่องบาง
อย่าง เอลโล่จึงอธิบายให้ฟังคร่าวๆ
" คิดยังไงของเธออิเลคตร้า ถึงได้ไปกับเจ้าหมอนั่นได้..... แล้วตอนนี้อยุ่ดีๆ มันก็โดนใครก็ไม่รู้ฆ่า ก็ไม่แปลกหรอก
ที่นังเมียของมันจะใส่ร้ายเธอ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว ผู้ชายอีกคนของเธอเป็นคนฆ่ามันแท้ๆ "
" คนๆ นั้นไม่ใช่ผุ้ชายของฉัน เขามาช่วยโดยบังเอิญ เราไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ "
" แล้วนี่เธอไม่ได้ขอเบอร์อะไรมันไว้เลยเหรอ "
คนสวยส่ายศรีษะ " เราเจอกันโดยบังเอิญ "
"เธอบอกรูปพรรณสันฐานมันกับตำรวจไปรึยัง "
" ฉันจำไม่ได้หรอก แปบเดียว แล้วก็มืดมากด้วย ใครเป็นใครฉันก็ไม่รู้ "
คามิลล่าดูหัวเสีย เดวี่ดูออกว่าหมอนี่เป็นห่วงอิเลคตร้า แต่วิธีการพูดมัน.... ท่าทางที่แสดงออกมันยิ่ง.......
" แล้วเธอไปหามันทำไม ถ้าอยุ่ดีๆ ก็คงไม่มีอะไรแล้ว ..... "
" ฉันขอไปดูหนังสือสัญญาเงินกู้ ที่เธอยืมเขามาเล่นการพนันไง ว่าจริงๆ แล้ว เธอติดเขาไว้เท่าไหร่กันแน่ .......
วันก่อนฉันเอาเช็คไปคืนเพื่อใช้หนี้เขา เขาบอกว่ามากกว่านี้หลายเท่า ฉันเลยตามไปบ้าน เพื่อขอดูสัญญานั่น....."
คำพูดอิเลคตร้าทำให้คามิลล่าพูดไม่ออก เธอไม่ได้มองหน้าเขา นิ่งเฉย
" นี่เธอรู้เรื่องนี้ด้วยเหรอ.... อิเลคตร้า "
" ฉันรู้ในฐานะคู่หมั้น ที่มีหน้าที่จ่ายเงินจากมรดกให้คุณใช้ทุกเดือนๆ รู้เพราะเป็นหน้าที่ๆ ฉันต้องรู้ "
คามิลล่าหน้าเสีย " เธอรู้อะไรอีก ...... บอกมาอิเลคตร้า รู้อะไรอีก " ว่าแล้วเข้าไปเขย่าตัวคนสวย
" รู้เรื่องที่เธอไม่ซื่อสัตย์กับฉัน เรื่องที่เธอหารายได้พิเศษ เพื่อเอาเงินมาจ่ายหนี้พนันที่ตัวเองก่อ รู้เรื่องเธอ
กับนักเรียนสอนเต้นรำของเธอ ......"
คำพูดของคนสวยทำให้คามิลล่าหัวเสียออกไป แต่อิเลคตร้าก็ยังนั่งนิ่งไม่พูดอะไรเลย ราวกับว่าเรื่องนี้เป็น
เรื่องธรรมดาที่ชาชินสำหรับเธอเสียแล้ว เห็นแบบนี้เดวี่จึงเลิกคิดจะคุยกับเธอ ขึ้นไปยืนมองวิวจากด้านบน
ของโรงแรมแทน ลมแรงๆ ทำเอาผมยาวหยิกหยอยปลิวพันกันวุ่นวาย 
" เธอคิดอะไรของเธอนะ คนสวย " เขาถามตัวเองเบาๆ เอลโล่มองเจ้านายตน
" สองคนนี้หมั้นหมายกันตั้งแต่เด็ก แต่เพราะว่าอยู่ด้วยกันมาแต่เล็กๆ เลยไม่มีความรู้สึกรักกันแบบหนุ่มสาวเลย
เพราะนิสัยไม่เอาถ่านและเป็นคนเรื่อยเปื่อยของคามิลล่า พ่อแม่เขาจึงจัดการให้ แม่นางอิเลคตร้าเป็นคนจัดการ
กับเงินมรดก และการเงินทุกอย่าง จะว่าไปก็เพื่อคุมความประพฤติงี่เง่าๆ ของฝ่ายชาย จนเมื่อปลายปีที่แล้ว
พ่อแม่ของคามิลล่าชีวิตระหว่างการเดินทาง แม่นางจึงเข้ามาดูแลทุกอย่างแทนเต็มรูปแบบ "
" เป็นผุ้หญิงที่ต้องรับผิดชอบชีวิตผุ้ชายห่วยๆ อย่างงั้นน่ะเหรอ ... " เดวี่ถามอีก " ทำไมผู้หญิงต้องมาดูแล
ผุ้ชายทั้งๆ ที่เป็นหน้าที่ๆ ผู้ชายต้องดูแลผู้หญิง "
" คามิลล่าโดนเรียกตัวมาแบบนี้ แสดงว่าต้องมีเรื่องหนี้สินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแน่ ฝ่าบาท กะหม่อมว่าดีไม่ดี "
" ฉันก็กลัวว่าจะเป็นแบบนั้น"
" อีกเรื่องที่กะหม่อมสงสัย ทำไมเธอถึงปกปิดรูปพรรณสันฐานของฝ่าบาท ทั้งๆ ที่ก็ทราบว่าจริงๆ แล้วเรา 2
คนเป็นยังไง "
" นั่นสินะ ทำไมเธอไม่พูดไป ทำไมเธอถึงยอมที่จะเป็นผุ้ต้องหาคนเดียว ...... ฉันอยากคุยกับเธอเหลือเกิน "
ว่าแล้วโดดลงจากขอบแนวกันดาดฟ้า
" อย่าพะยะค่ะฝ่าบาท ตอนนี้ตำรวจจับตามองเธออยู่ กำลังรอคนที่จะติดต่อกลับมาหาเธอ นั่นคือฝ่าบาท ......
อย่าให้ความหวังดี หรือความต้องการของเธอถูกทำลายตอนนี้ "
" แต่ว่า ....... ฉันอยากคุยกับเธอ "
" รอเวลาเธอนอน แล้วฝ่าบาทก็ไปหาเธอในฝันสิพะยะค่ะ รอสักหน่อย "
เดวี่พยักหน้าแล้วรอสาวน้อยหลับ หิมะโปรยหนาเม็ดขึ้น แต่ใจเดวี่กับร้อนรุ่มอยางบอกไม่ถูก
 เที่ยงคืนผ่านไป ตี 1 ผ่านไป ตี 2 ผ่านไป เดวี่รอจนหง่าว อิเลคตร้าก็ยังไม่นอน
" น่าสงสาร เธอคงนอนไม่หลับ เพราะมีแต่เรื่องมาประดังประเดแบบนี้"
เดวี่พยักหน้ากับคำพูดของเอลโล่ ราวๆ ตี 3 ครึ่ง คนสวยก็หลับไปที่โซฟา เอลโล่บอกให้เจ้านายตนไป
พบเธอได้แล้ว  2 คนจึงลงไปที่ห้องเธอ เดวี่มองเธอที่หลับ งดงามยิ่งกว่าเจ้าหญิงนิทรา  หรือเจ้าหญิงองค์
ใดๆ ในตำนาน เขาเอาผ้ามาห่มให้เธอ  แล้วพยักหน้าให้เอลโล่กลับ
"ทำไมล่ะพะยะค่ะ ก็ฝ่าบาทรอจะ...."
" เธอเหนื่อยมากแล้ว ฉันยังไม่อยากรบกวนเธอตอนนี้ ขอให้เธอได้หลับสบายๆ เถอะ"
บอกแล้วนั่งลงมองสาวน้อย อยากจะสัมผัสแก้มที่ดูนุ่มนวลอบอุ่น แต่ก็กลัวว่าร่างที่เย็นเฉียบอย่างกับน้ำเเข็งนี่จะ
ทำเธอสะดุ้งตื่น .... มองได้เพียงแค่นั้นแล้วเดวี่ก็กลับไป
..........................................................................................................................................
 เป็นไปตามที่คาดคิด ตำรวจพุ่งประเด็นใหม่ด้วยว่า การฆาตรกรรมไอ้หมูลามก อาจมีส่วนในเรื่องหนี้สิน
จำนวนมโหฬารที่คามิลล่าติดอยุ่ ดูเรื่องจะเลยเถิดไปใหญ่ เดวี่นั่งหน้าหงิกขณะที่หมาป่าเอลโล่แปลข่าวภาษาอิตาลี
ให้ฟัง
" มั่วเห็นๆ ตำรวจที่นี่มั่วอย่างกับตำรวจกรีนแลนด์เลย .... ถึงจะมีรอยจิกรอยข่วน แต่คนตัวเล็กๆ อย่างเธอจะไปผลัก
ไอ้หมุยักษ์อย่างงั้นตกบันได้ลงมาคอหักตายได้ยังไง แล้วเรื่องเงินเรื่องทองยิ่งไม่เกี่ยวอะไรใหญ่เลย ......"
 นอกจากนั้น ผุ้ชายตัวโตเงาดำมืดที่ติดกล้องวงจรปิด ดูเหมือนว่าจะไม่มีตัวตน นอกจากพวกรักษาความ
ปลอดภัยที่อยุ่ในสภาวะงงๆ งั้นๆ ก็ไม่มีหลักฐานอื่นยืนยันว่ามีตัวตนจริง อะไรที่เกี่ยวกับคดีนี้คือความไม่แน่นอน
สับสนปนเป อิเลคตร้าก็ปริปากเงียบไม่ให้สัมภาษณ์อะไรทั้งนั้น
" เธอบอกก็ได้นี่ว่าเป็นฉัน เธอบอกก็ได้ว่าไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงินทอง เธอไม่จำเป็นต้องปกป้องไอ้คุ่หมั้นเฮงซวย
นั้นก็ได้ " เดวี่โวยวาย " ทำไมเธอต้องปกป้องมัน เธอปกป้องฉัน เธอทำไปทำไม เพื่ออะไร......"
เอลโล่ก็ไม่รุ้จะตอบยังไง จะตอบก็ไม่กล้าตอบ เดวี่นั่งหน้าหงิกหน้างอแล้วก็คิดอะไรได้บางอย่าง
 ออสบอร์นงัวเงียลืมตาตื่นขึ้นมาปากคอสั่น เพราะรู้สึกว่าอยู่ดีๆ ก็หนาวมาก แล้วก็เห็นว่าหิมะตกลงมา
อยุ่บนตัวและเต็มก้นบ่อไปหมด เขาตกใจลุกขึ้นยืนแล้วเห็นว่าหิมะสุงจนถึงเข่าแล้ว เพราะพยายามปีนมาทั้งวัน
เลยเหนื่อยจนหลับไม่รุ้เนื้อรู้ตัวแบบนี้ พอมองขึ้นไปบนบ่อเห็นว่าไม้กระดานที่ปิดปากบ่อไว้เปิดอยุ่  ไม่ตลกแล้ว
แบบนี้ ฟ้าไกล้สว่างเต็มทนถ้าเป็นแบบนี้คงได้ตายแน่ๆ
" ต้องเป็นฝีมือเดวี่ฮาว็อคแน่.... ที่รกร้างแบบนี้ไม่มีเด็กซนที่ไหนมาเปิดฝาบ่อหรอก " เขาคิดแล้วเริ่มตะโกนหาอีก
ฝ่าย " องค์ชายเดวี่ ผมแค่แกล้งคุณเล่นๆ ผมหลอกคุณเล่นๆ เอง .... คุณจะฆ่าผมแบบนี้เลยเหรอ "  อ้อนวอนจน
ตะวันขึ้นก็ไม่มีการตอบกลับ อากาศอบอุ่นขึ้นทุกทีๆ ด้วยแสงตะวัน ออสบอร์นมองนาฬิกา ก็ 8 โมงเช้าแล้ว...
ออสบอร์นเดินบนในบ่อแคบๆ หาทางรอด แดดแรงขึ้นเรื่อยๆ แล้วเขาก็ร้อนขึ้นๆ โชคดีที่บ่อลึก แล้วหิมะยังตกปรอยๆ
อากาศขมุกขมัวป้องกันรังสีอัลตร้าไวโอเลตไม่ให้ผิวหมองคล้ำ ไม่ใช่สักหน่อย แบบนี้รังสีลงมาได้ ออสบอร์นคิด
ถ้าแบบนี้ไม่มีทางที่องค์ชายปีศาจนั่นจะมาช่วย " ตายแล้วจะเป็นผีมาหลอก คอยดู.......ไอ้อ้วนเอ้ย "
 9 นาฬิกา 10 นาฬิกา ออสบอร์นหวังลึกๆ ว่าเดวี่ฮาว็อคจะแกล้งเขาเล่น จน 11 นาฬิกา ตะวันสูงจนเกือบ
ถึงเหนือหัว เมฆหมอกขมุกขมัวก็ไม่พอจะปกป้อง แดดอ่อนๆ ค่อยเผาผิวหนังเหมือนย่างไก่บนไฟอ่อนๆ มันแสบร้อน
ลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนถึงกระดูก ออสบอร์นนั่งตัวขดงอ เอาหน้าซุกเข้าไปในหัวเข่า มีเสียงโอดครวญเบาๆ ดังมาจากก้น
บ่อ เอลโล่มองนาฬิกา มองท้องฟ้า เวลาเที่ยงตรง เขาเดินไปชะโงกที่ก้นบ่อ เห็นออสบอร์นเอาเสื้อคลุมหัวคลุมตัวไว้
จนมิด ถ้าเป้นปกติป่านนี้คงสลายกลายเป็นผงไปแล้ว แต่เพราะวันที่ทัศนวิสัยไม่ดีแบบนี้ เขาโดดลงก้นบ่อ มองอีกคน
ที่นั่งคุ้ดคุ้ ไม่รู้เรื่องอะไรแล้ว
" ที่รอดมาได้คงคิดว่าเพราะคุณขอความเมตตาจากพระเจ้าได้สินะ แต่จริงๆ แล้วคนที่คุณควรจะขอความเมตตาคือองค์ชาย
เดวี่ ต่างหาก " พูดเรื่อยๆ แล้วเอลโล่ก็ถอดเสื้อคลุมทับให้ออสบอร์นอีกชั้น ก่อนที่จะกลับไปหาเจ้านายตน
" ว่าไง " เดวี่ถามขนาดนอนเหยียดยาวดูเอฟทีวีอยุ่ เพราะอิเลคตร้ามีเรื่อง ทางช่องทีวีจึงเอาการเดินแบบของเธอมาลง
ให้คึกโครม
"ไม่สักครั้งเดียวฝ่าบาท "
" อืม ทางนี้ก็เงียบเหมือนกัน " เดวี่บอกเรียบๆ   " ทำไมทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรสักที ทั้งมันทั้งเธอ
ต่างไม่ออกมาร้องขอความยุติธรรมให้ตัวเอง ... เธอควรจะบอกไปถึงตัวฉัน ไอ้แว่นนั่นก็ควรจะเรียกให้รอเลนมาช่วย
..... เธอเหมือนจะรับผิดแทนฉัน รับผิดชอบแทนไอ้คู่หมั้นงี่เง่านั่น ส่วนไอ้นั่นก็......  ถ้าแค่มันขอให้รอเลนช่วย
เขาคงติดต่อมาหาฉัน แล้วก็คงได้รุ้แล้วว่าเขาอยุ่ไหน " เดวี่หงุดหงิดงุ่นง่าน
" เหตุผลเดียวกันแหล่ะฝ่าบาท ..... ทั้งคุ่อยากปกป้องคนสำคัญของตัวเอง ไม่อยากให้ได้พบกับเรื่องไม่ดี "
เดวี่มองหน้า กับคำว่าเรื่องไม่ดี  เอลโล่หยุดนิดหนึ่ง แล้วพูดต่อ   " คือ เรื่องที่เขาทั้งคุ่ คิดเอง ว่าไม่ดี .... ที่สุดสำหรับคน
ที่ตัวเองห่วง "
" แสดงว่าเธอ..... เธอห่วงฉันใช่มั๊ย เธอไม่อยากให้ฉันโดนตำรวจจับติดคุกใช่มั๊ย " ถามตาลุก
" อาจเป็นได้พะยะค่ะ "
เดวี่ยิ้มขึ้นมา แล้วก็คิ้วตก " แต่ว่าเธอก็อาจจะห่วง ไม่อยากให้ไอ้คามิลล่าอะไรนั่นเดือดร้อนด้วยก็ได้...... ใช่มั๊ย "
เอลโลพยักหน้า " ก็อาจจะเป็นได้อีกพะยะค่ะ "
เดวี่ถอนหายใจ ทำไม ๆๆๆ ต้องมีไอ้ตัวนั่นมาเป็น 1 ในตัวเลือกด้วย..... ฉันอยากให้เธอห่วงฉันมากกว่าห่วงมันนิน่า "
" อย่างน้อยฝ่าบาทก็ทราบความในใจแม่นางแล้ว "
" อือ " บอกกึ่งปลาบปลืม " เพราะอยากปกป้องฉัน หรือไม่ก็มัน เธอถึงยอมรับเคราะห์เพียงคนเดียว เรื่องอะไรจะ
ปล่อยให้เธอที่น่าสงสารต้องเป็นแบบนั้น ..... ฉันจะช่วยเธอผุ้หวังดีกับฉันเอง "
"พะย่ะค่ะ" เอลโล่เงียบนิดหนึ่ง แล้วมองหน้าเจ้านายตน " มีอีกคนหนึ่งที่รอฝาบาทช่วยอยู่ "
เดวี่หน้านิ่ง " ไอ้บ้านั่นน่ะเหรอ"
" ถึงจะเป็นขยะยังไงแต่นั่นก็เป็นของๆ ลอร์ดเดโฟรคนที่ฝ่าบาทรักนะพะยะค่ะ "
เดวี่พยักหน้า " ก็ได้ๆ ถ้ามันเป็นไรไปเพราะฉัน รอเลนคงงอนแน่ๆ เอากระดานไปปิดไว้อย่างเดิมแล้วกัน "
" ไม่ไหวหรอกพะย่ะค่ะ เจ็บหนักขนาดนั้นคง ......  "
องค์ชายแวมไพร์แสยะยิ้มแบบหัวเสียๆ นิดหน่อย  " เหอะ เอา ตามใจเจ้า เดี๋ยวดูเอาแล้วกัน....."
 เอลโล่ไปรับออสบอร์นที่มีสภาพเหมือนไก่ย่างห้าดาวมา วางไว้ที่เตียงอีกเตียงหนึ่งที่เตรียมไว้
 เดวี่มองแล้วเอาเท้าเขี่ยๆ  พลิกซ้ายพลิกขวาดูตามเนื้อตัว   " มันตายยากจริงๆ นะเนี่ย  .... จะลุกมาหลอก
มาหลอนเมื่อไรยังไม่รู้เลย "
เอลโล่ไม่ว่าอะไร บอกให้เจ้านายหลบทางโน้นก่อน เอาผ้าห่มคลุมออสบอร์นไว้แล้วเปิดม่านให้แสง
เข้ามา    " คุณก็อย่าออกมาซนนะครับ ถ้าไม่อยากโดนย่างอีก "
ผ้าห่มขยับขึ้นขยับลงเล็กน้อย   " แค่นี้เองฝ่าบาท เราไปคุยกันต่อห้องพระองค์ ทิ้งเขาไว้นี่ "
" อือ " เดวี่พยักหน้า แล้วไปที่ประตุห้องที่เชื่อมกัน  เปิดประตู แล้วก็ปิด แต่ไม่ได้เข้าไป เอลโล่งงๆ เดวี่ก็
จุ๊ปากไม่ให้อีกฝ่ายพูดอะไร ครู่เดียวก็มีนิ้วโผล่ออกมาจากผ้าห่ม  แล้วก็หดเข้าไปเมื่อโดนแสงแดด จากนั้น
ผ้าห่มก็ค่อยๆ ไหลลงจากเตียงช้าๆ ตรงไปที่ประตู เดวี่ทำหน้าแบบ...... เอลโล่ก็......... เขาย่องไปปิดผ้าม่าน
เดวี่เลยเดินไปเหยียบกลางผ้าห่ม    "ไปไหนไอ้หนอนแก้ว4 ตา  " ถามเสียงชวนสยดสยอง
 สุดท้ายเอลโล่ก็แก้ปัญหาโดนเอาผ้าห่มห่อแล้วมัดไว้แบบมัดแหนม แล้วสองนายบ่าวก็ไปคิด
แผนจะช่วยหญิงสาวและแย่งชิงคู่หมั้นคนอื่นกันสองคน
..........................................................................................................................