เมื่อเช้าได้คุยกับเพื่อน และก็มีประเด็นตลกประเด็นหนึ่ง เราคุยกันเรื่องปีใหม่  เรารู้ว่าเพื่อนไม่ค่อยว่าง ไม่ค่อยมีเวลา แต่มีภารกิจที่ต้องจัดการมากมาย เราก็บอกว่า

ปีใหม่นี้ไม่ชวนแล้วกันนะ ถ้าอยากมาก็มา

ไม่รู้ว่าเพื่อนคิดยังไง ดูเหมือนจะตุ่ยๆ แล้วบอกว่า ทำไมไม่ทำให้เป็นแบบเดิม ถ้าไม่ไปแสดงว่าไม่อยากไปใช่มั๊ย

เรางงนิดๆ แต่ก็อธิบายไป ก็เรารู้ว่างานที่ทำทุกวันนี้ของเขาก็หนักแล้ว ยังรับงานข้างนอกมาทำด้วยอีก และก็อยากทำซิลิโคนหล่อเรซินตุ๊กตา เราก็เลยบอกไปแบบนั้น

คำพูดเราเหมือนข้อสอบตรรกะ -  ปีใหม่นี้ไม่ชวนแล้วกันนะ ถ้าอยากมาก็มา -

ก. ปีใหม่ไม่ได้ไปแสดงว่าไม่อยากไป        ข. ปีใหม่ถ้าไม่ชวนก็มาไม่ได้

ค. ปีใหม่ไม่ได้ชวน เพราะไม่อยากให้มา     ง. ปีใหม่นี้ไม่ชวน ไม่มาก็ได้

งงแฮะ ออกจะตลกนิดๆ เราเลยไปลองถามคนแม่ กับ น้อง ว่า เราพูดแบบนี้ เขาเข้าใจว่าอะไรกัน ทั้งคุ่บอกตรงกันว่า

พูดแบบนี้รู้สึกว่า เกรงใจ ไม่อยากชวน กลัวว่าถ้าชวน แล้วต้องเกรงใจมา ทั้งที่อาจจะอยากมา หรือไม่อยากมาก็ได้  แต่ถ้าอยากมา ก็มาได้ ไม่มีปัญหาอะไร แต่คำว่าไม่ชวนก็เหมือนเป็นการออกตัวว่า ชวนแล้ว เพราะถ้าไม่อยากชวนจริงๆ ไม่ต้องพูดเลยก็ได้ เงียบๆ ไม่ต้องพูดดีกว่า

เราก็คิดแบบนั้นนะ แม่กับน้องก็เข้าใจ อาจจะเพราะว่าอยู่ด้วยกัน รู้นิสัยกันดี แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเพื่อนเข้าใจไปแบบไหน.... นี่ก็เป็นการเข้าใจผิดเพราะคำพูดอย่างหนึ่ง

....................................................................................................................

 บ้านเราบางทีจะชอบพูดคำว่า ซันไร (เลเวลอัพจากคำว่าจัญไร) อุบาทว์ เล่นกันในครอบครัว บางบ้านบางคนอาจจะฟังว่าแรง แต่ด้วยความเคยชิน ก็ไม่รู้สึกว่าแรง แต่เพื่อนเราอีกคน บ้านเขาใช้คำว่า กระสัน กันเป็นคำธรรมดา ดูไม่แรง เราฟังเพื่อนพูดตอนแรกก็ตกใจ ก็เข้าใจว่า มันเป้นยังไง

งี่เง่า เฟอะฟะ บ้า........ และอื่นๆ เจอมากับตัว เพื่อนอีกคนเคยอุทานว่า บ้า ต่อหน้าเจ้านายญี่ปุ่นที่รู้ภาษาไทยแบบงูๆ ปลาๆ บ้า กับ baka ภาษาญี่ปุ่น คล้ายๆ กัน แต่เรารู้สึกว่าอันหลังแรงกว่าคำว่า บ้า ที่เป็นเหมือนคำอุทานเยอะเลย แล้วเพื่อนคนนั้นก็ไม่ได้หมายความว่า เจ้านายญี่ป่น คนนั้น baka สักหน่อย

คุณซาโต้เจ้านายอีกคน ที่เรารักมาก ท่านเก่งภาษาไทยมาก บอกว่าเป็นความเข้าใจที่ต่างกันของภาษา

ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกับเพราะคำพูดได้บ่อยๆ

...................................................................................................................

ดูเกมส์ทศกัณฑ์ บางทีก็มีความร้แปลกๆดี ได้รู้ว่าพระเจ้าเหา ที่เราพูดกันคือ ลูกของจิ๋นซี ฮ่องเต้ ส่วนเวลาว่าผ่านมาล่วงเลยขนาดไหนก็คือ ราว 4600 ปี แสดงว่า สมัยพระเจ้าเหา ก็คือเมื่อ ราวๆ 4600 ปี ก่อนน่ะเอง

ส่วนที่เมือวานตลกมากก็คือ ตอนจบของเรื่องเจ้าหญิงนิทราเวอร์ชั่นแรกคือ เจ้าหญิงนินทราโดนข่มขืน ตอนหลับ แล้วตั้งครรภ์ลุกแฝด แล้วเมียของคนที่ข่มขืนก็ เอาลูกแฝดไปถลกหนังกิน.................. งง เหอะๆๆ แม่บอกว่าหลับอยุ่แล้วจะคลอดลูกได้ยังไง เราก็คิด สงสัยจะออกมาแบบ เบียทริด คิดโด้ นางเอกคิลบิลล่ะมั้ง 555555

....................................................................................................................

ถ้าเห็นอะไรไม่ดี ไม่ถูกจงรีบห้ามปราม เดี๋ยวจะเป็นแบบสไปเดอร์แมน ที่ปล่อยผู้ร้ายไป ทำให้ลุงตัวเองต้องตาย

เราไม่ห้ามปราม มองผ่านเฉยๆ สุดท้าย ก็ได้รับในสิ่งที่ตนละเลยไป เป็นประสบการณ์ที่ได้รับอีกเรื่องหนึ่ง

บางทีการนิ่งเฉย เป็นแค่คนมอง มองในสิ่งที่สัตว์โลกกระทำ แล้ววิเคราะห์ แต่ละผู้แต่ละตัวว่าทำอะไร ได้รับอะไร แล้วเอามาพินิจพิจารณา เป็นตัวอย่างให้ศึกษา ว่าทำแบบนี้ ได้แบบนี้ น่าจะดีกว่า ที่พูดมากไป ทำมากไป ดิ้นรนมากไป อย่างว่า นิ่งเสียตำลึงทอง ตำลึงทองจริงๆ ด้วยล่ะ

ขอบคุณปัญหาเรื่องว่นวายต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตเรื่อยๆ มันเป็นเครื่องวัดความอดทน วัดสติปัญญา ว่าเราจะแก้ปัญหาได้ดีมากน้อยอย่างไร อุปสรรค์ต่างๆ เหมือนแบบฝึกหัด เหมือนสิ่งที่ทำให้เราได้รับรู้ว่า โลกนี้มันไม่น่าอยู่ มันเป็นแค่ภาพลวงตาแค่ไหน แล้วก็ยังมีคนอีกมากที่ยัง หลงวนเวียนอยู่ในภาพลวงตาจอมปลอม ที่ตายก็เอาไปไม่ได้ จะอยู่ก็กับคนที่เหลือในโลกนี้เท่านั้น

บางทีการถกเถียง การโต้แย้ง การทะเลาะวิวาท แม้จะไร้สาระ แต่ก็ทำให้เราได้รุ้ว่าคู่ สนทนา หรือคนอื่นๆ คิดอย่างไรกับเรา รู้ว่าตัวเขาแท้จริงเป็นอย่างไร เพราะเวลาดีๆ กัน ภาพพวกนั้นมันก็ไม่ออกมา

วันนี้ได้ทราบอะไรอีกหลายหลาก รู้วิธีการเป็นผู้ใหญ่ที่ดีขึ้นมาอีกนิด เราอยากเป็นผุ้ใหญ่ที่เป็นผุ้ใหญ่ เป็นผุ้ใหญ่ที่ดี ตัวเราเหมือนกระจกที่ส่องสิ่งที่เราทำออกมา และก็ส่องสิ่งที่คนอื่นทำมาให้เราเห็นเหมือนกัน

.............................................................................................................................................

edit @ 26 Dec 2007 13:37:04 by กระต่ายจิ๊จ๊ะ